นายสรรเสริญ วงศ์ชะอุ่ม

ประธานกรรมการ

นางสาวนภัสร กิตะพาณิชย์

กรรมการผู้อำนวยการ

ในปีที่ผ่านมา บริษัทได้เผชิญเรื่องที่ท้าทายสำคัญในการดำเนินงาน 2 ประการ คือ

ประการแรก จากการที่เกิดโรคระบาดโควิด-19 ที่แพร่กระจายการระบาดไปทั่วโลก ซึ่งขณะนี้ก็ยังคงระบาดอยู่ ทำให้กระทบต่อการดำเนินชีวิตปกติของ ทุกคน และวิถีการทำงานปกติโดยทั่วไป การประกอบธุรกิจการผลิตของบริษัทก็สะดุดเป็นบางครั้ง บริษัทได้ให้ความสำคัญในเรื่องการป้องกันโรคระบาด นี้อย่างจริงจัง โดยมีมาตรการที่เข้มข้นในการดูแลความปลอดภัยให้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะพนักงานที่เป็นแรงงานของบริษัท เป็นการสร้างความ มั่นใจ และดูแลเอาใจใส่ เพื่อให้ทุกคนมีกำลังใจที่จะปฏิบัติงานต่อไป นอกจากนี้ บริษัทได้ปรับระบบการทำงานและการบริหารจัดการให้งานดำเนินไปได้ อย่างมีประสิทธิภาพ และตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้

ประการที่สอง บริษัทอยู่ระหว่างการปรับตัวเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วสำหรับอุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์ ซึ่งผู้ผลิตรถยนต์หลายรายมีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนการผลิตรถแบบเดิม มาเป็นรถที่ขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้า เรื่องนี้บริษัทได้ติดตามการเปลี่ยนแปลง อย่างใกล้ชิด และเตรียมตัวที่จะเข้าไปมีบทบาทในสายการผลิตรถที่ขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้าในอนาคต โดยได้จัดระบบการทำงานและเตรียมบุคลากรที่ เกี่ยวข้อง รองรับเรื่องนี้เอาไว้ อันเป็นการวางพื้นฐานของธุรกิจของบริษัทในระยะยาว

โดย Gross Domestic Product (“GDP”) ในปี 2563 ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยหดตัวประมาณร้อยละ 6.1 จากปี 2562 และมีผลกระทบต่อยอดการผลิต รถยนต์ในประเทศลดลงร้อยละ 29 จากปี 2562 ยอดรวมทั้งสิ้น 1,427,074 คัน

ผลการดำเนินงานของบริษัทในกลุ่มสมบูรณ์ปี 2563 บริษัทมีรายได้รวมทั้งสิ้น 6,027 ล้านบาท กำไรสุทธิ 374.76 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 58.30 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา แนวทางที่บริษัทจะดำเนินงานต่อไป ซึ่งเป็นนโยบายที่คณะกรรมการบริษัทและฝ่ายจัดการเห็นร่วมกัน พอจะกล่าวได้ คือ

ประการแรก บริษัทยังคงมุ่งมั่นในการเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ ที่เรามีความเชี่ยวชาญอยู่ต่อไป โดยมุ่งเน้นให้มีการผลิตที่มีคุณภาพและมาตรฐาน ตามที่ลูกค้าต้องการ และยังต้องหาลูกค้าใหม่ ๆ มาเพิ่มเติม เพื่อให้กำลังการผลิตที่มีอยู่ใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่

ประการที่สอง ในขณะเดียวกัน บริษัทไม่นิ่งนอนใจที่จะปรับธุรกิจให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยี โดยพิจารณาธุรกิจใหม่ ๆ ที่มีศักยภาพ ในการเติบโตทั้งตลาดในประเทศและตลาดต่างประเทศในอนาคต เรื่องนี้ได้มีการติดตาม ศึกษาหาความรู้ และร่วมงานกับผู้ที่มีประสบการณ์ มีความ ชำนาญในการพัฒนาเทคโนโลยี เพื่อนำไปสู่การทำธุรกิจใหม่ที่เหมาะสมในอนาคตข้างหน้า เป็นการสร้างความมั่นคงในการประกอบธุรกิจของบริษัทต่อไป

ประการที่สาม ในการบริหารจัดการภายในบริษัทในระยะเวลาที่ผ่านมา ได้ให้ความสำคัญกับการลดต้นทุน เพื่อให้สินค้าสามารถแข่งขันกับคู่แข่งได้ แต่ก็ ยังต้องรักษาคุณภาพและมาตรฐานให้เป็นไปตามที่ลูกค้าต้องการ การทำงานภายในบริษัทให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรและการทำงานเป็น ทีม ปรับปรุงวิธีทำงานให้เป็นองค์กรที่มีประสิทธิภาพ

ปณิธานในการทำงานของบริษัท ยังยึดมั่นในแนวทาง 3 สมบูรณ์ คือ “ฅนสมบูรณ์” ที่ให้ความสำคัญในการพัฒนาบุคลากรและระบบการทำงานที่มี ประสิทธิภาพ “ธุรกิจสมบูรณ์” ที่ให้ความสำคัญด้านการก้าวทันการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและธุรกิจที่มีศักยภาพที่จะเติบโตได้ “ชุมชนสมบูรณ์” ที่วางบทบาทของบริษัทในการช่วยเหลือสังคมด้วยความเอื้ออาทร และพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวชุมชนให้ดีขึ้น ทั้งสามเรื่องนี้ให้มีการขับเคลื่อน อย่างมีความสมดุล

สุดท้ายนี้ คณะกรรมการบริษัทขอขอบคุณผู้ถือหุ้น คู่ค้า ลูกค้า และพันธมิตรผู้มีส่วนได้เสียทางธุรกิจทุกท่าน ตลอดจนผู้บริหาร พนักงานและลูกจ้าง ของบริษัททุกคน ที่สนับสนุนการดำเนินงานของบริษัทให้เป็นไปด้วยดีตลอดมา บริษัทจะดำเนินธุรกิจโดยยึดหลักการบริหารจัดการที่ดี มีความ รับผิดชอบต่อสังคม เพื่อเติบโตอย่างมั่นคงต่อไป