นางสาวนภัสร กิตะพาณิชย์

กรรมการผู้อำนวยการ

ในปี 2564 เป็นปีที่ท้าทายต่อการดำเนินธุรกิจเป็นอย่างมาก เนื่องจากผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาด COVID-19 และการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 บริษัทจึงได้ปรับแผนและกลยุทธ์ในการดำเนินงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ มุ่งเน้นการเพิ่มความสามารถทางการแข่งขันในธุรกิจปัจจุบันพร้อมรับกับความไม่แน่นอนของความต้องการ นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาบริษัทร่วมทุนอันจะนำไปสู่โอกาสในธุรกิจหุ่นยนต์อุตสาหกรรมและระบบอัตโนมัติในอนาคต

ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานของบริษัทในภาพรวมเป็นไปตามอุตสาหกรรม โดยอุตสาหกรรมยานยนต์มียอดผลิตรถยนต์ปี 2564 ที่ระดับ 1.685 ล้านคัน เทียบกับยอดผลิตรถยนต์ในปี 2563 ที่ระดับ 1.427 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 18% ประกอบกับภาพรวมอุตสาหกรรมเครื่องจักรกลการเกษตรปีนี้ที่ขยายตัวมากกว่า 30% ส่งผลให้ผลประกอบการโดยรวมของบริษัทในปี 2564 มีรายได้รวม 8,727 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 45% จากปี 2563 และมีกำไรสุทธิ 955 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 155% จากปี 2563

การดำเนินการด้านความยั่งยืน บริษัทยึดมั่นการดำเนินธุรกิจตามหลักธรรมาภิบาล ควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจ ตามกรอบมาตรฐานความยั่งยืนระดับสากล ภายใต้ปรัชญาการดำเนินธุรกิจ “3 สมบูรณ์ สร้างสมดุล” จนนำไปสู่การได้รับรางวัลเกียรติยศบริษัทจดทะเบียนด้านความยั่งยืน (Sustainability Awards of Honor) จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย นอกจากนี้ บริษัทให้ความสำคัญต่อการสร้างความร่วมมือและพันธมิตรระหว่างองค์กรด้านความยั่งยืน จึงร่วมเป็นสมาชิกพร้อมทั้งประกาศความมุ่งมั่นตามข้อตกลงโลกแห่งสหประชาชาติ (United Nations Global Compact : UN Global Compact) ในการดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกับหลักปฏิบัติสากล 10 ประการ โดยมีหัวข้อหลักในการพัฒนา 4 ด้าน ได้แก่ ด้านสิทธิมนุษยชน แรงงาน สิ่งแวดล้อม และการต่อต้านการทุจริต

ในปีที่ผ่านมา บริษัทมุ่งมั่นพัฒนาการดำเนินธุรกิจด้วยความยั่งยืน โดยนำหลักแนวคิดความยั่งยืนในมิติ ESG (Environmental, Social, Governance) ผนวกเข้ากับกลยุทธ์องค์กร โดยเน้นการพัฒนาใน 3 มิติ ได้แก่ มิติด้านสิ่งแวดล้อม บริษัทได้ตั้งเป้าหมายที่สำคัญในการลดก๊าซเรือนกระจกให้ได้ 30% ในปี 2573 จากปีฐาน 2561 โดยการปรับตัวให้ทันกับความท้าทายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เช่น การจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์ในระดับองค์กร เพื่อนำมาสู่การตั้งเป้าหมาย และวางแผนในการลดก๊าซเรือนกระจกในระยะยาว เช่น การส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียน การใช้พลังงานในกระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตมีการปลดปล่อยคาร์บอนต่ำ และเป็นการสนับสนุนข้อตกลงทางปารีส ที่จะช่วยควบคุมไม่ให้อุณหภูมิของโลกร้อนเกินกว่า 1.5 องศาเซลเซียส มิติด้านสังคม บริษัทได้ดำเนินตามปรัชญาการดำเนินธุรกิจ เรื่อง ‘’ฅนสมบูรณ์’’ ซึ่งต้องการให้พนักงานเป็น “คนดีและคนเก่ง’’ โดย “คนดี’’ พนักงานต้องเป็นคนที่พร้อมนำความรู้ของตนไปช่วยสังคมภายนอก เน้นการช่วยเหลือผ่านการทำ CSR แบบ In-process ให้มากขึ้น มีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชน การสร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับเยาวชน การพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับผู้สูงอายุและผู้พิการ ทั้งนี้ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาด COVID-19 ที่ผ่านมา พนักงานของบริษัท ได้มีส่วนร่วมในการมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้กับหน่วยงานสาธารณสุข การร่วมจัดตั้งศูนย์พักคอย และการบริการสถานที่เพื่อเป็นหน่วยฉีดวัคซีนให้กับชุมชน ในส่วนของ “คนเก่ง” หมายถึง การพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ความสามารถ ผ่านการทำ Competency Development program เพื่อให้พนักงานมีทักษะที่มีประสิทธิภาพ สามารถช่วยขับเคลื่อนองค์กรตามวัตถุประสงค์และกลยุทธ์ในภาพรวมขององค์กรเพื่อเพิ่มศักยภาพในการผลิตและรองรับการเติบโตของธุรกิจที่ยั่งยืนในอนาคตได้ ในด้านของมิติการกำกับดูแลที่ดี บริษัทมีการดำเนินธุรกิจด้วยการกำกับกิจการที่ดี โดยองค์กรได้ปรับตัวเพื่อให้รองรับกับความท้าทายต่าง ๆ โดยนำหลักการบริหารความเสี่ยงและการจัดทำแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจมาดำเนินการ เพื่อให้ธุรกิจยังสามารถดำเนินการได้อย่างเหมาะสม สามารถตอบสนองต่อผู้มีส่วนได้เสียตลอดห่วงโซ่คุณค่า

ในปี 2565 บริษัทจะครบรอบการก่อตั้งเป็นปีที่ 60 จากจุดเริ่มต้นในการเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ทดแทน (REM) พัฒนามาเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์(OEM) และได้เข้ามาเป็นบริษัทมหาชน แสดงให้เห็นว่าองค์กรมีการปรับตัวตามปัจจัยที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วตามบริบทของโลก ในปีนี้องค์กรได้มีการปรับตัวที่สำคัญอีกครั้ง จากการทบทวนวิสัยทัศน์ พันธกิจ รวมทั้งปรับโครงสร้างธุรกิจ โดยให้บริษัท สมบูรณ์ แอ๊ดวานซ์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) (SAT) จากเดิมที่เป็นทั้ง Holding Company และ Operation Company ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพลาข้าง เปลี่ยนเป็น Holding Company เพียงอย่างเดียว โดยโอนส่วนการผลิตให้กับบริษัท สมบูรณ์ ฟอร์จจิ้ง เทคโนโลยี จำกัด (SFT) เพื่อให้โครงสร้างองค์กรสามารถรองรับการขยายตัวและเติบโตของบริษัทในอนาคตได้อย่างยั่งยืน

สุดท้ายนี้ ในนามของบริษัท สมบูรณ์ แอ๊ดวานซ์ เทคโนโลยี ดิฉันขอขอบคุณการสนับสนุนจากทุกภาคส่วน ที่ร่วมกันขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน ดิฉันเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าความทุ่มเทและความร่วมมือกันนี้ จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อทั้งสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคม พร้อมทั้งนำพาให้บริษัทในกลุ่มสมบูรณ์เดินหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืน